http://www.iqcentre.org
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com
 

 หน้าหลัก

 รู้จักเรา

 หลักสูตรการติว

 งานราชการ

 วิธีการสมัครติว

 เกร็ดความรู้

 เว็บเพื่อนบ้าน

 ติดต่อเรา

หลักสูตร

Hall of Fame

เกร็ดความรู้








ประกาศสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ เรื่อง รับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการ นักวิเคราะห์รัฐวิสาหกิจปฏิบัติการ (วุฒิปริญญาตรี)

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ เรื่อง รับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการ นักวิเคราะห์รัฐวิสาหกิจปฏิบัติการ (วุฒิปริญญาตรี)

ด้วยสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจจะดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคล
เข้ารับราชการในตำแหน่งนักวิเคราะห์รัฐวิสาหกิจปฏิบัติการ ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕๓
แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๑ และหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร ๑๐๐๔/ว ๑๗
ลงวันที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๕๖ เรื่องการสรรหาโดยการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ จึงประกาศรับสมัคร
สอบแข่งขันฯ ดังมีรายละเอียดต่อไปนี้

๑. ตำแหน่งที่จะบรรจุและแต่งตั้ง และเงินเดือนที่จะได้รับ
๑.๑ ตำแหน่งนักวิเคราะห์รัฐวิสาหกิจปฏิบัติการ (วุฒิปริญญาตรี) จำนวนตำแหน่งว่าง
ที่จะบรรจุครั้งแรก จำนวน ๕ ตำแหน่ง
๑.๒ อัตราเงินเดือน ๑๕,๐๐๐ – ๑๖,๕๐๐ บาท ทั้งนี้ อัตราเงินเดือนเป็นไปตามประกาศ
กระทรวงการคลัง ณ วันที่ ๒๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ เรื่อง การกำหนดปัจจัย หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข
เพื่อกำหนดอัตราเงินเดือนสำหรับคุณวุฒิที่ ก.พ. รับรอง เพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ
ของกรมในสังกัดกระทรวงการคลัง

๒. ลักษณะงานที่ปฏิบัติ
ลักษณะงานที่ปฏิบัติของตำแหน่งตามข้อ ๑ เป็นไปตามที่ระบุไว้ในรายละเอียดแนบท้าย
ประกาศนี้

๓. คุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครสอบ
๓.๑ ผู้สมัครสอบต้องมีคุณสมบัติทั่วไปและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๓๖
แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๑ ดังต่อไปนี้
ก. คุณสมบัติทั่วไป
(๑) มีสัญชาติไทย
(๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปี
(๓) เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์
ทรงเป็นประมุขด้วยความบริสุทธิ์ใจ
ข. ลักษณะต้องห้าม
(๑) เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
(๒) เป็นคนไร้ความสามารถ คนเสมือนไร้ความสามารถ คนวิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือน
ไม่สมประกอบ หรือเป็นโรคตามที่กำหนดในกฎ ก.พ.
(๓) เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักราชการหรือถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน
ตามพระราชบัญญัตินี้หรือตามกฎหมายอื่น
(๔) เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดีจนเป็นที่รังเกียจของสังคม
(๕) เป็นกรรมการหรือผู้ดำรงตำแหน่งที่รับผิดชอบในการบริหารพรรคการเมือง
หรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง
(๖) เป็นบุคคลล้มละลาย
(๗) เป็นผู้เคยต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้
จำคุกเพราะกระทำความผิดทางอาญา เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(๘) เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออกจากรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงาน
อื่นของรัฐ
(๙) เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก หรือปลดออก เพราะกระทำผิดวินัยตาม
พระราชบัญญัตินี้หรือตามกฎหมายอื่น
(๑๐) เป็นผู้เคยถูกลงโทษไล่ออกเพราะกระทำผิดวินัยตาม
พระราชบัญญัตินี้ หรือตามกฎหมายอื่น
(๑๑) เป็นผู้เคยกระทำการทุจริตในการสอบเข้ารับราชการ หรือเข้าปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐ
ผู้ที่จะสอบเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนซึ่งมีลักษณะต้องห้ามตาม ข. (๔) (๖)
(๗) (๘) (๙) (๑๐) หรือ (๑๑) ก.พ. อาจพิจารณายกเว้นให้เข้ารับราชการได้แต่ถ้าเป็นกรณีมีลักษณะต้องห้าม
ตาม (๘) หรือ (๙) ผู้นั้นต้องออกจากงานหรือออกจากราชการไปเกินสองปีแล้ว และในกรณีมีลักษณะต้องห้าม
ตาม (๑๐) ผู้นั้นต้องออกจากงานหรือออกจากราชการไปเกินสามปีแล้ว และต้องมิใช่เป็นกรณีออกจากงานหรือ
ออกจากราชการเพราะทุจริตต่อหน้าที่
สำหรับผู้มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๓๖ ข. (๑) ให้มีสิทธิสมัครสอบแข่งขันได้ แต่จะมีสิทธิได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญในตำแหน่งที่สอบแข่งขันได้ต่อเมื่อพ้นจากการเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแล้ว
สำหรับพระภิกษุหรือสามเณรทางราชการไม่รับสมัครสอบและไม่อาจให้เข้าสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ ทั้งนี้ ตามหนังสือกรมสารบรรณคณะรัฐมนตรีฝ่ายบริหาร ที่ นว ๘๙/๒๕๐๑ ลงวันที่
๒๗ มิถุนายน ๒๕๐๑ และตามความในข้อ ๕ ของคำสั่งมหเถรสมาคม ลงวันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๓๘
๓.๒ ผู้สมัครสอบต้องมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งตามที่ระบุไว้ในรายละเอียด
แนบท้ายประกาศนี้
๓.๓ ผู้สมัครสอบต้องเป็นผู้สอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก) ระดับ
ปริญญาตรีขึ้นไป

๔. การรับสมัครสอบ
ผู้ประสงค์จะสมัครสอบ สมัครได้ทางอินเทอร์เน็ต (Internet) ตั้งแต่วันจันทร์ที่
๒๕ กุมภาพันธ์๒๕๖๒ – วันศุกร์ที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๖๒ ตลอด ๒๔ ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการตามขั้นตอน ดังนี้
๔.๑ การสมัครสอบ
ผู้สมัครสอบจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนภายในระยะเวลาที่กำหนดดังนี้
ขั้นตอนที่ ๑ กรอกใบสมัครออนไลน์แล้วพิมพ์แบบฟอร์มการ
ชำระเงินตั้งแต่วันจันทร์ที่ ๒๕ กุมภาพันธ์๒๕๖๒ – วันศุกร์ที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๖๒
(๑) ผู้สมัครสอบจะต้องเข้าไปกรอกใบสมัครที่เว็บไซต์ https://sepo.thaijobjob.com
หัวข้อ “สมัครสอบ” ให้ถูกต้องและครบถ้วน ระบบจะกำหนดแบบฟอร์มการชำระเงินให้โดยอัตโนมัติ
(๒) พิมพ์แบบฟอร์มการชำระเงินลงในกระดาษ A๔ จำนวน ๑ แผ่น หรือหากไม่มีเครื่องพิมพ์ในขณะนั้น ให้ทำการบันทึกข้อมูลเก็บไว้ในรูปแบบ File ลงในสื่อบันทึกข้อมูล เพื่อนำไปพิมพ์แบบฟอร์ม การชำระเงินภายหลัง
ในกรณีที่ไม่สามารถพิมพ์แบบฟอร์มการชำระเงินหรือบันทึกข้อมูลได้ ผู้สมัครสามารถเข้าไปพิมพ์แบบฟอร์มการชำระเงิน หรือบันทึกข้อมูลลงในสื่อบันทึกข้อมูลได้แต่จะไม่สามารถแก้ไขข้อมูลในการกรอกใบสมัครในครั้งแรกที่สมบูรณ์ได้แล้ว
ขั้นตอนที่ ๒ ชำระเงินค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบ ตั้งแต่วันจันทร์ที่
๒๕ กุมภาพันธ์๒๕๖๒ –วันจันทร์ที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๖๒ 
ผู้สมัครสอบสามารถนำแบบฟอร์มการชำระเงินไปชำระ
ค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบที่เคาน์เตอร์ธนาคารกรุงไทย
จำกัด(มหาชน) ทุกสาขาทั่วประเทศ ภายในวันและเวลา
ทำการของธนาคารและให้เก็บหลักฐานการชำระเงินไว้ด้วย ทั้งนี้ ผู้สมัครสอบต้องตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล
ในหลักฐานการชำระเงิน หากพบว่าไม่ถูกต้องให้รีบติดต่อธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาที่ชำระเงินภายใน ๒๔ ชั่วโมงหลังจากที่ชำระเงิน
๔.๒ ค่าธรรมเนียมสอบ
ผู้สมัครต้องเสียค่าธรรมเนียมสอบ ในตำแหน่งที่สมัครสอบ 
จำนวน ๓๓๐ บาท
(๑) ค่าธรรมเนียมสอบ จำนวน ๓๐๐ บาท
(๒) ค่าธรรมเนียมธนาคารรวมค่าบริการอินเตอร์เน็ต จำนวน ๓๐ บาท
ค่าธรรมเนียมจะไม่คืนให้ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น และการสมัครจะเสร็จสมบูรณ์เมื่อผู้สมัครได้ชำระค่าธรรมเนียมครบถ้วนแล้ว
๔.๓ การพิมพ์ใบสมัครสอบ
ผู้สมัครสอบที่ชำระค่าธรรมเนียมสอบแล้ว จะได้รับเลขประจำตัวสอบ โดยจะกำหนดเลขประจำตัวสอบ ตามลำดับการชำระเงินค่าธรรมเนียมสอบ ทั้งนี้ ผู้สมัครสอบสามารถตรวจสอบสถานะของการชำระเงินได้ภายหลังการชำระเงิน และผู้
สมัครสอบสามารถพิมพ์ใบสมัครสอบพร้อมเลขประจำตัวสอบได้ตั้งแต่วันที่ ๓ เมษายน ๒๕๖๒ ทางเว็บไซต์https://sepo.thaijobjob.com
๕. เงื่อนไขในการรับสมัครสอบ
๕.๑ ผู้สมัครสอบต้องเป็นผู้มีวุฒิการศึกษาตรงตามคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง
ตามประกาศรับสมัครสอบ ในข้อ ๓.๒ โดยต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาและได้รับการอนุมัติจากผู้มีอำนาจอนุมัติภายในวันปิดรับสมัครสอบ คือ วันศุกร์ที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๖๒ ทั้งนี้ การ
สำเร็จการศึกษาตามปริญญาบัตร

ของสถานศึกษาใด จะถือตามกฎหมาย กฎหรือระเบียบเกี่ยวกับการสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรของสถานศึกษานั้นเป็นเกณฑ์
๕.๒ การสมัครสอบตามขั้นตอนข้างต้น ถือว่าผู้สมัครสอบเป็นผู้ลงลายมือชื่อและรับรอง
ความถูกต้องของข้อมูลดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๔๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
ดังนั้น หากผู้สมัครสอบจงใจกรอกข้อมูลอันเป็นเท็จอาจมีความผิดฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๗
๕.๓ ผู้สมัครสอบต้องรับผิดชอบในการตรวจสอบและรับรองตนเองว่า เป็นผู้มีคุณสมบัติตรงตามประกาศรับสมัครสอบ และต้องกรอกรายละเอียดต่างๆ ให้ถูกต้องครบถ้วนตรงตามความเป็นจริง
ในกรณีที่มีความผิดพลาดอันเกิดจากผู้สมัคร สนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ จะถือว่าผู้สมัครสอบเป็นผู้ขาดคุณสมบัติในการสมัครสอบครั้งนี้มาตั้งแต่ต้น และจะไม่มีสิทธิได้รับการบรรจุและแต่งตั้ง และไม่มีสิทธิ
เรียกร้องใดๆ ทั้งสิ้น
๖. การประกาศรายชื่อผู้สมัครสอบ วัน เวลา สถานที่สอบ และระเบียบเกี่ยวกับการสอบ
สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจจะประกาศรายชื่อผู้สมัครสอบ วัน เวลา
สถานที่สอบ และระเบียบเกี่ยวกับการสอบภายในวันที่ ๓ เมษายน ๒๕๖๒ ที่เว็บไซต์http://www.sepo.go.th.
หัวข้อ “ประกาศรายชื่อผู้สมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการ”
๗. หลักสูตร และวิธีการสอบ
๗.๑ การสอบแข่งขันเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะ
ตำแหน่ง (คะแนนเต็ม ๒๐๐ คะแนน) ผู้สมัครสอบต้องสอบวิชาเฉพาะตำแหน่งที่ได้สมัครสอบไว้ตามรายละเอียดแนบท้ายประกาศนี้
๗.๒ การสอบแข่งขันเพื่อวัดความเหมาะสมกับตำแหน่ง (คะแนนเต็ม ๑๐๐ คะแนน)
ผู้สมัครจะต้องเข้ารับการประเมินบุคคลเพื่อพิจารณาความเหมาะสมกับตำแหน่งจากประวัติส่วนตัว ประวัติ
การศึกษา ประวัติ การทำงาน จากการสังเกตพฤติกรรมที่ปรากฏของผู้เข้าสอบและจากการสัมภาษณ์ ทั้งนี้ อาจใช้วิธีการอื่นใดเพิ่มเติมเพื่อพิจารณาความเหมาะสมในด้านต่างๆ เช่น ความรู้ที่อาจใช้เป็นประโยชน์
ในการปฏิบัติงานในหน้าที่ ความสามารถ ประสบการณ์ ท่วงทีวาจา อุปนิสัย อารมณ์ ทัศนคติ จรรยาบรรณ
ของข้าราชการพลเรือน คุณธรรม จริยธรรม การปรับตัวเข้ากับผู้ร่วมงาน รวมทั้งสังคม และสิ่งแวดล้อม
ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ปฏิภาณ ไหวพริบ และบุคลิกภาพอื่น เป็นต้น และรวมถึงสมรรถนะหลัก สมรรถนะ
ที่จำเป็นของตำแหน่ง
ทั้งนี้ จะทดสอบการสอบแข่งขันเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่งก่อน
และเมื่อสอบผ่านการสอบแข่งขันเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่งแล้ว จึงจะมีสิทธิ
เข้าสอบแข่งขันเพื่อวัดความเหมาะสมกับตำแหน่ง
๘. หลักฐานที่ต้องยื่นในวันสอบแข่งขันเพื่อวัดความเหมาะสมกับตำแหน่ง
๘.๑ ใบสมัครที่พิมพ์จากอินเทอร์เน็ต พร้อมติดรูปถ่ายหน้าตรง ไม่สวมหมวก
และไม่สวมแว่นตา ถ่ายไม่เกิน ๑ ปี ขนาด ๑ x ๑.๕ นิ้ว และลงลายมือชื่อในใบสมัครให้ครบถ้วน จำนวน ๑ ฉบับ

๘.๒ สำเนาปริญญาบัตรและระเบียนแสดงผลการเรียน (Transcript of Records) ที่แสดงว่าเป็นผู้มีวุฒิการศึกษาตรงตามประกาศรับสมัคร จำนวนอย่างละ ๑ ฉบับ ทั้งนี้ ผู้ที่จะถือว่าเป็นผู้สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรขั้นปริญญาบัตรของสถานศึกษาใดนั้นจะถือตามกฎหมาย กฎ หรือระเบียบเกี่ยวกับการสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรของสถานศึกษานั้นๆ เป็นเกณฑ์ โดยจะต้องสำเร็จการศึกษาและได้รับอนุมัติจากสภามหาวิทยาลัยภายในวันปิดรับสมัคร คือ วันศุกร์ที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๖๒ ในกรณีที่ไม่สามารถนำหลักฐาน
การศึกษาดังกล่าวมายื่นพร้อมใบสมัครสอบได้ให้นำหนังสือรับรองคุณวุฒิที่สถานศึกษาออกให้ โดยระบุสาขาวิชา
ที่สำเร็จการศึกษาและวันที่ที่ได้รับอนุมัติปริญญาบัตร ซึ่งจะต้องอยู่ภายในกำหนดวันปิดรับสมัครมายื่นแทน
๘.๓ สำเนาหนังสือรับรองผลการสอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไปของสำนักงาน ก.พ.ตามวุฒิที่สมัครสอบ (ในกรณีที่ผู้สมัครสอบระดับวุฒิปริญญาตรีมีหนังสือรับรองผลการสอบ เพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไปของสำนักงาน ก.พ. ระดับวุฒิปริญญาโท สามารถยื่นผลการสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไปของสำนักงาน ก.พ. ระดับปริญญาโทแทนได้) จำนวน ๑ ฉบับ
๘.๔ สำเนาหลักฐานอื่นๆ เช่น ใบสำคัญการสมรส ใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล (ในกรณี
ชื่อ-นามสกุล ในหลักฐานการสมัครไม่ตรงกัน) เป็นต้น
๘.๕ สำเนาเอกสารทางทหาร (ถ้ามี) เช่น หนังสือสำคัญ (แบบ สด. ๘) ใบสำคัญ (แบบ สด. ๙)
ใบรับรองผลการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจ าการ (แบบ สด. ๑๓)
สำเนาเอกสารทุกฉบับให้ผู้สมัครเขียนค ารับรองว่า “สำเนาถูกต้อง”ลงชื่อ วันที่และระบุเลขประจำตัวสอบกำกับไว้มุมบนด้านขวาทุกหน้าของสำเนาเอกสาร
๙. เกณฑ์การตัดสิน
ผู้สอบผ่านการสอบแข่งขันเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้
เฉพาะตำแหน่งจะต้องได้คะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๖๐ และผู้สอบผ่านการสอบแข่งขันเพื่อวัดความเหมาะสมกับตำแหน่งจะต้องได้คะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๖๐
๑๐. การขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้
สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจจะประกาศการขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้โดยเรียงลำดับที่จากผู้ได้คะแนนรวมของผู้สอบผ่านการสอบแข่งขันเพื่อวัดความรู้ความสามารถ
ที่ใช้เฉพาะตำแหน่งและความเหมาะสมกับตำแหน่งจากมากไปหาน้อย ในกรณีที่มีผู้สอบได้คะแนนรวมเท่ากันให้ผู้ได้คะแนนความเหมาะสมกับตำแหน่งมากกว่าอยู่ในลำดับที่ดีกว่า แต่ถ้าได้คะแนนความเหมาะสม
กับตำแหน่งเท่ากันอีก ให้เรียงลำดับตามเลขประจำตัวสอบแข่งขันจากน้อยไปหามาก การขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ จะขึ้นบัญชีไว้เป็นเวลาไม่เกิน ๒ ปี นับตั้งแต่วันประกาศ
ขึ้นบัญชี แต่ถ้ามีการสอบแข่งขันอย่างเดียวกันนี้อีก และได้ขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันใหม่ได้แล้ว บัญชีผู้สอบแข่งขันได้
ครั้งนี้เป็นอันยกเลิก
๑๑. การบรรจุและแต่งตั้ง
ผู้สอบแข่งขันได้ จะได้รับการบรรจุและแต่งตั้งตามลำดับที่ในบัญชีผู้สอบแข่งขันได้โดยได้รับอัตราเงินเดือนตามคุณวุฒิที่
กำหนดเป็นคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งนั้น ตามที่ระบุไว้ในข้อ ๑

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจดำเนินการสอบแข่งขันด้วยความโปร่งใส
ยุติธรรมและเสมอภาค ดังนั้น หากมีผู้ใดแอบอ้างว่าสามารถช่วยเหลือให้ท่านได้รับการขึ้นบัญชี
เป็นผู้สอบแข่งขันได้หรือมีพฤติการณ์ในทำนองเดียวกันนี้โปรด อย่า ได้หลงเชื่อ และแจ้งให้ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจทราบด้วย
ประกาศ ณ วันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์พ.ศ. ๒๕๖๒
(ลงชื่อ) ประภาศ คงเอียด
(นายประภาศ คงเอียด)
ผู้อ านวยการส านักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ

เอกสารแนบ
รายละเอียดเกี่ยวกับการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการในสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ
แนบท้ายประกาศสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ ลงวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๒ ตำแหน่งนักวิเคราะห์รัฐวิสาหกิจปฏิบัติการ (วุฒิปริญญาตรี)
หน้าที่ความรับผิดชอบหลักปฏิบัติงานในฐานะผู้ปฏิบัติงานระดับต้น ที่ต้องใช้ความรู้ ความสามารถทางวิชาการในการ
ทำงาน ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการกำกับ ดูแล ประเมินผลการดำเนินงานรัฐวิสาหกิจ และการบริหารหลักทรัพย์ของรัฐ
ภายใต้การกำกับ แนะนำ ตรวจสอบ และปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย
โดยมีลักษณะงานที่ปฏิบัติในด้านต่างๆ ดังนี้
๑) ด้านการปฏิบัติการ
(๑) ศึกษา วิเคราะห์เบื้องต้นเกี่ยวกับฐานะทางการเงิน 
ผลการดำเนินงานรายแห่ง และรายสาขาอุตสาหกรรม และจัดทำรายงานการเงิน เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายในการพัฒนาและเพิ่มมูลค่ารัฐวิสาหกิจ
(๒) ศึกษา วิเคราะห์เบื้องต้นเกี่ยวกับการประเมินผลการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจเพื่อเสนอแนะ
สรุปผลการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจ และใช้ประกอบการ
บริหาร และปรับปรุงประสิทธิภาพรัฐวิสาหกิจ
(๓) ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการจัดทำบัญชีรายชื่อกรรมการรัฐวิสาหกิจและกิจการที่รัฐถือหุ้น
ต่ำกว่าร้อยละห้าสิบ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการกำกับดูแลให้กรรมการผู้แทนกระทรวงการคลังและ
กรรมการอื่นในรัฐวิสาหกิจและกิจการที่รัฐถือหุ้นต่ำกว่าร้อยละห้าสิบ
๒) ด้านการวางแผน
วางแผนการทำงานที่รับผิดชอบ ร่วมดำเนินการวางแผนการ
ทำงานของหน่วยงานหรือโครงการเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายผลสัมฤทธิ์ที่กำหนด ภายใต้ระเบียบหลัก เช่น พระราชบัญญัติ
คุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. ๒๕๑๘ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการประเมินผลการดำเนินงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. ๒๕๔๘ ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการให้เงินอุดหนุนการบริการสาธารณะของรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. ๒๕๕๔ พระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. ๒๕๕๖ และระเบียบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
๓) ด้านการประสานงาน
(๑) ประสานการทำงานร่วมกันทั้งภายในและภายนอกทีมงานหรือหน่วยงาน เพื่อให้เกิดความร่วมมือ
และผลสัมฤทธิ์ตามที่กำหนด
(๒) ชี้แจงและให้รายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูล ข้อเท็จจริง แก่บุคคลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เพื่อสร้างความเข้าใจหรือความร่วมมือในการดำเนินงานตามที่ได้รับมอบหมาย

๔) ด้านการบริการ
(๑) ตอบปัญหาและชี้แจงเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับหน้าที่ เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันทุกฝ่าย
(๒) สำรวจและจัดเก็บข้อมูลเบื้องต้น ทำสถิติหรือจัดทำข้อมูลที่เกี่ยวกับงานด้านรัฐวิสาหกิจ
เพื่อเป็นข้อมูลในการสนับสนุนการศึกษาวิเคราะห์หรือประกอบการกำหนดนโยบายหรือแผนงานต่างๆ
ตามที่ได้รับมอบหมาย
(๓) ดำเนินการเกี่ยวกับการจัดทำเอกสาร คู่มือ เอกสารเผยแพร่ในรูปแบบต่างๆ รวมทั้ง
พัฒนาเครื่องมือ อุปกรณ์ วิธีการ หรือประยุกต์นำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ เพื่อการเรียนรู้และทำความเข้าใจในเรื่องต่างๆ
และสามารถปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง สมบูรณ์และมีประสิทธิภาพ
คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง
ได้รับปริญญาตรีหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ในสาขาวิชาการบัญชีสาขาวิชานิติศาสตร์ สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ สาขาวิชาบริหารธุรกิจ สาขาวิชารัฐศาสตร์ หรือสาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์
(บริหารรัฐกิจ)
หลักสูตรและวิธีการสอบภาคความรู้ความสามารถที่ใช้
เฉพาะตำแหน่ง
ทดสอบความรู้ความสามารถ ความเข้าใจเกี่ยวกับงานในตำแหน่งนักวิเคราะห์รัฐวิสาหกิจปฏิบัติการ (วุฒิปริญญาตรี) โดยวิธีการสอบข้อเขียน (คะแนนเต็ม ๒๐๐ คะแนน) ดังนี้
๑. ทดสอบความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับภาษาอังกฤษ
๒. ทดสอบความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับรัฐวิสาหกิจ
๓. ทดสอบความรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการองค์กร เช่น การวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ การบริหาร
และพัฒนาองค์กร การกำกับดูแลองค์การที่ดี การวิเคราะห์งบการเงิน การจัดการการลงทุน เป็นต้น

Tags : งานราชการ , ทหาร

view

 หน้าแรก

 หลักสูตร

 การสมัครติว

 งานราชการ

 เว็บเพื่อนบ้าน

 ติดต่อเรา

view