http://www.iqcentre.org
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com
 

 หน้าหลัก

 รู้จักเรา

 หลักสูตรการติว

 งานราชการ

 วิธีการสมัครติว

 เกร็ดความรู้

 เว็บเพื่อนบ้าน

 ติดต่อเรา

หลักสูตร

Hall of Fame

เกร็ดความรู้








768 ชั่วโมง!!! จากพลเรือน สู่ นายทหารชั้นสัญญาบัตร

768 ชั่วโมง!!! จากพลเรือน สู่ นายทหารชั้นสัญญาบัตร

ขอบคุณภาพจากราชนาวิกสภา http://www.rtni.org

ขอนำบทความที่ท่าน นาวาตรีหญิง ดอกเตอร์ กันฑิมา ชะระภิญโญ เขียนลงไว้ใน นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๔ มาเล่าสู่น้องได้อ่านกันนะครับเกี่ยวกับการฝึกหลังจากการสอบเข้ารับราชการ

ดิฉัน นาวาตรีหญิง กันฑิมา ชะระภิญโญ ขอรายงานตัวเพื่อเป็นครูฝึกหลักสูตร ข้าราชการกลาโหมพลเรือนชั้นสัญญาบัตรรุ่น ๒๓ ค่ะ.... เสียงรายงานตัวต่อ รองผู้บังคับการกรม นาวาเอกนิรัตน์ ทากุดเรือ ผู้อำนวยการกองอำนวยการฝึกข้าราชการกลาโหมพลเรือนชั้นสัญญาบัตรดังขึ้นในวันแรกของการมารายงานตัวและทำพิธีเปิดหลักสูตรข้าราชการกลาโหม พลเรือนชั้นสัญญาบัตรรุ่นที่ ๒๓ โดยมี พลเรือโท ชัยวัฒน์ เอี่ยมสมุทร ผู้บัญชาการโรงเรียนนายเรือเป็นประธาน นักเรียนหลักสูตรนี้ เป็นหญิง ๕๑ คน ชาย ๙ คน ทั้งหมด ๖๐ ชีวิต ที่ดิฉันต้องดูแล และทำหน้าที่ร่วมกับครูฝึกในหลักสูตร กว่า ๑๐ คน ซึ่งเป็นผู้ชายทั้งหมด ท่านผู้อ่านหลายท่านอาจสงสัยว่าครูฝึกหญิงหนึ่งเดียวคนนี้ ทำไมถึงมาอยู่ ในหลักสูตรนี้ได้อย่างไรซึ่งจริง ๆ แล้วนั้นดิฉันปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่โรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ ฐานทัพเรือสัตหีบ แต่เนื่องจากได้รับการประสานจากท่านรองเจ้ากรมแพทย์ทหารเรือ พลเรือตรีหญิง จิรภา ชัยเลิศ ให้มาช่วยดูแลหลักสูตร เนื่องจากมีนักเรียนหญิงหลายท่าน ครูฝึกผู้ชายอาจทำหน้าที่บางอย่างได้ไม่สะดวกใจนักประกอบกับที่ท่านผู้บังคับบัญชาคงเล็งเห็นแล้วว่าตัวดิฉันนั้นเป็นนักจิตวิทยารวมทั้งผ่านประสบการณ์ไปปฏิบัติภารกิจ ที่ประเทศอิรักแลประสบการณ์training ทางทหารและด้านเวชศาสตร์ใต้น้ำมาแล้วทั้งในประเทศและต่างประเทศ ด้วยเหตุนี้ ดิฉันจึงได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติภารกิจนี้เป็นเวลา ๓๒ วันหรือ ๗๖๘ ชั่วโมง......สำหรับภารกิจต่าง ๆ ของดิฉันเริ่มขึ้นตั้งแต่วันแรกที่เดินทางมาถึง ขณะทำพิธีเปิด ก็มีนักเรียนหญิงเป็นลมหนึ่ง นักเรียนแพ้อาหารแน่นหน้าอกหายใจลำบากหนึ่ง แต่ก็ไม่มีอะไรอันตรายหรือน่าเป็นห่วงเท่าไหร่ เพราะมีโรงพยาบาลของโรงเรียนนายเรืออยู่ในบริเวณนั้นหากเกิดปัญหาเจ็บป่วยสามารถนำส่งได้ทันท่วงที

สำหรับหลักสูตรข้าราชการกลาโหมพลเรือนนี้เป็นหลักสูตร ที่ทางโรงเรียนนายเรือ ได้รับมอบหมายจากกองทัพเรือ ให้เป็นหน่วยดำเนินการฝึกอบรมข้าราชการไว้สำหรับฝึกและอบรมข้าราชการกลาโหพลเรือนชั้นสัญญาบัตร ที่ยังไม่ได้รับการฝึกหรือมีพื้นฐานความรู้วิชาทหารมาก่อน ให้มีความรู้พื้นฐานในวิชาทหารเรือเบื้องต้นทั่วไป และมีบุคลิกลักษณะของการเป็นนายทหารสัญญาบัตรที่ดีรวมถึงฝึกความมีระเบียบวินัย มีความเข้มแข็งอดทน มีความสามัคคี และมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตนเองซึ่งครูฝึกแต่ละท่านของหลักสูตรนี้ล้วนคัดสรรมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นนักรบเหล่านาวิกโยธิน ทั้งหลายครูฝึกพรรคนาวิน ครูฝึกนักเรียนทุนต่างประเทศทั้งจากญี่ปุ่น จากสเปน คุณภาพคับแก้วทั้งนั้นค่ะ สวมทั้งบทบาทครูฝ่ายธรรมะและฝ่ายอธรรม จัดให้นักเรียนครบทุกรสชาติ

สำหรับนักเรียนในหลักสูตรมาจากหลากหลายหน่วยงานทั้งในส่วนของ กองบัญชาการกองทัพไทยส่วนของกลาโหม มีทั้งทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ ที่ต้องมาอยู่ฝึก กิน นอน ร่วมกันตลอดหลักสูตรนักเรียนบางท่านที่เป็นทหารบกทำงานสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมแต่ก็อยากมาฝึกกับทหารเรือ โดยให้เหตุผลซึ่งขออนุญาตหยิบยกมาจากจดหมายเหตุที่ได้ให้ นักเรียนเขียนบันทึกในแต่ละวัน ดังนี้

“ถึงแม้ว่าครอบครัวของข้าพเจ้าจะเป็นทหารบก ก็ตาม แต่ข้าพเจ้าก็เลือกที่จะมาฝึกกับกองทัพเรือ เพราะข้าพเจ้าเชื่อว่า ข้าพเจ้าสามารถเรียนรู้เรื่องเกี่ยวกับทหารบกไปได้อีกยาวนาน แต่ในส่วนของทหารเรือนั้น ข้าพเจ้าคงไม่มีโอกาสได้เรียนรู้ ซึ่งถือเป็นประสบการณ์ที่ดี ข้าพเจ้ามีโอกาสได้รู้จักเพื่อนต่างเหล่าทัพรวมถึงขนบธรรมเนียมประเพณีที่แตกต่างกันของทหารบกและทหารเรือ คงเป็นประสบการณ์ที่หาซื้อที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว” ใช่ค่ะ คงเป็นประสบการณ์ที่หาซื้อจากที่ไหนไม่ได้แล้วจริง ๆ จะฝึกกันอย่างไรให้บุคคลที่มาจากพลเรือนสามารถเป็นทหารได้อย่างสง่างามและภาคภูมิ ได้ภายใน ๗๖๘ ชั่วโมง ซึ่งต้องอาศัยความสามารถของผู้บริหารหลักสูตรและความสามารถของครูฝึกล้วน ๆ

สำหรับรูปแบบของการเรียนการฝึกในหลักสูตรมีทั้ง เรียนในห้องเรียนตามหัวข้อวิชาต่าง ๆ และการฝึกวิชาทหารราบนอกห้องเรียนกลางแดดในช่วงบ่าย นักเรียนต้องฝึกในเรื่องของการใช้อาวุธปืนทั้งปืนยาว ปืนสั้น ฝึกระเบียบวินัยแบบทหารทุกอย่างตารางฝึกในแต่ละวันก็เริ่มตั้งแต่ตื่นนอนตอนตีห้าครึ่งซึ่งดิฉันก็ต้องมาทำหน้าที่ตามปลุกนักเรียนเพื่อให้มาแถวออกกำลังกายพร้อมกันตอนตีห้าสี่สิบห้า พานักเรียนวิ่งรอบโรงเรียนนายเรือก่อนที่จะส่งมอบหน้าที่ต่อให้ครูพละศึกษาของโรงเรียนนายเรือ มารับช่วงนำนักเรียนฝึกกายบริหารราชนาวีต่อไป ออกกำลังกายถึงหกโมงครึ่งก็จะให้นักเรียนอาบน้ำทำธุระส่วนตัว ก่อนที่ จะแถวรับประทานอาหารเช้าเวลาเจ็ดโมงสิบห้า แล้วมาเข้าแถวเคารพธงชาติ และรับการตรวจเครื่องแบบจากครูฝึก ซึ่งนักเรียน นกส.ย่อมาจากนักเรียนข้าราชการกลาโหม พลเรือนชั้นสัญญาบัตร จะต้องแต่งเครื่องแบบชุดทหารลายพราง ตามสังกัดการแต่งเครื่องแบบก็ ถูกต้องตามระเบียบ รองเท้า หรือว่าเข็มขัด ต้องขัดให้มัน
...ถึงแม้ว่าครอบครัวของข้าพเจ้าจะเป็นทหารบก ก็ตาม แต่ข้าพเจ้าก็เลือกที่จะมาฝึกกับกองทัพเรือเพราะข้าพเจ้าเชื่อว่า ข้าพเจ้าสามารถเรียนรู้เรื่องเกี่ยวกับทหารบกไปได้อีกยาวนาน แต่ในส่วนของทหารเรือนั้น ข้าพเจ้าคงไม่มีโอกาสได้เรียนรู้ ซึ่งถือเป็นประสบการณ์ที่ดี...“

”กว่าของครูฝึก กระดุมต้องติด เสื้อผ้าต้องไม่เป็นขนไม่เช่นนั้นก็จะต้องโดนสั่งลงโทษกันหลายรายการเลยทีเดียวต่อด้วยการฝึกระเบียบแถว การทำความเคารพ จากนั้นช่วงเวลาที่นักเรียนเข้าห้องเรียนครูฝึกอย่างดิฉันต้องทำหน้าที่ เดินตรวจที่นอนนักเรียน ใครที่เตียงนอนไม่ตึง ผ้าห่มพับไม่เรียบร้อย รองเท้าวางไม่เป็นระเบียบ และไม่เป็นลำดับก็จะถูกจดลงบัญชีดำเพื่อลงโทษกันต่อไป มีครูฝึกคนหนึ่งจบมาจากญี่ปุ่น ถ้านักเรียนห้องไหนเจอครูวัตไปตรวจ ก็ถือว่าโชคดีไป เพราะถ้าอะไรที่ตรวจแล้วครูเห็นว่าไม่เรียบร้อย ก็จะต้องโดนรื้อกระจุย กระจาย เพื่อให้นักเรียนทราบถึงความผิดนั้นโดยครูฝึกบอกว่าตอนเป็นนักเรียนนายเรือที่ญี่ปุ่นผมก็โดนมาแบบนั้น แต่ก็ถือว่าสิ่งที่ครูฝึกได้ขัดเกลานักเรียน ในเรื่องระเบียบวินัยต่าง ๆ ก็ทำให้นักเรียนได้มีระเบียบวินัยมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ช่วงก่อนรับประทานอาหารกลางวันบางครั้งก็จะให้นักเรียนฝึกเดินตบเท้าเพิ่มความเข้มแข็งก่อนกินข้าวก็มีนักเรียนมาบ่น ๆ ให้ได้ยินเหมือนกัน ครูฝึกอย่างดิฉันเลยต้องบอกว่าสมัยที่ครูไปฝึกหลักสูตรเวชศาสตร์ใต้น้ำกับครูมนุษย์กบ ก็ยังต้องดึงข้อแลกข้าวกันทุกมื้อของนักเรียนหลักสูตรนี้ถือว่าเป็นระดับเบา ๆ ช่วง

สัปดาห์แรกของการฝึกต้องบอกว่าเป็นช่วงที่นักเรียนต้องปรับสภาพจากการเคยเป็นพลเรือนมาเป็นทหาร ปรับตัวเข้าสู่กฎระเบียบ การไม่ได้กลับบ้าน โดนรองเท้าคอมแบทกัด นอนห้องพัดลมเข้าเวรยาม ตื่นมาวิ่ง แบกปืนเดิน ทนแรงกดดันจากครูฝึก ก็ทำให้นักเรียนจิตตก หลายคนเหมือนกัน บางคนร้องไห้คิดถึงบ้าน บางคนไม่เคยชินกับการใช้ชีวิตแบบทหารที่ทำอะไรต้องรักษาเวลาและอยู่ในกฎระเบียบ ไม่เคยชินที่ต้องอยู่ร่วมกับผู้อื่นในฐานะครูปกครองและนักจิตวิทยาก็ต้องทั้งปลอบทั้งให้กำลังใจกันไป แต่ก็น่าเห็นใจเพราะสภาพร่างกายและจิตใจของนักเรียนแต่ละคนก็มีสภาพความพร้อมที่ไม่เท่ากัน บางท่าน กำลังใจดีร่างกายพร้อมให้วิ่งก็วิ่งได้ ให้ฝึกก็ฝึกได้ แต่สำหรับบางท่านไม่เคยออกกำลังกายมาก่อนเลย บางท่านก็มีโรคประจำตัวหอบยามาเต็มกระเป๋า ก็คอยต้องดูแล รวมไปถึงจะต้องมีการประชุมพูดคุยกันระหว่างครูฝึกถึงความหนักเบาของหลักสูตร ตามสภาพความพร้อมของนักเรียน ไม่รู้ว่าหลักสูตรนี้จะมีสโลแกนเหมือนตอนที่ดิฉันไปอยู่ปฏิบัติภารกิจที่อิรักหรือเปล่าว่า “เจ็บได้ ป่วยได้ แต่ห้ามตาย” ในช่วง

หลังสี่โมงเย็นของแต่ละวันจะมีการพานักเรียนออกกำลังกายด้วยการวิ่งรอบโรงเรียนนายเรือ แต่บางวันจะเป็นการเรียนว่ายน้ำ โดยครูพละของโรงเรียนนายเรือซึ่งนักเรียนส่วนใหญ่จะชอบมากเพราะรู้สึกผ่อนคลาย แต่ก็น่าแปลกใจอยู่เหมือนกันที่นักเรียนหกสิบคน มีอยู่สิบกว่าคนที่ว่ายน้ำไม่เป็นเลยแบบชนิดที่ว่าจับโยนลงน้ำทะเลก็ไม่น่ารอด....แต่ก็ต้องถือว่านักเรียนโชคดีที่ได้มาเรียนว่ายน้ำแบบเร่งรัดไปในตัว หลังจากที่นักเรียนรับประทานอาหารเย็นในช่วงหนึ่งทุ่มจะเป็นช่วงที่นักเรียนได้เข้าห้องเรียนฝึกฝน ฟังชี้แจง ก่อนจะแถวสวดมนต์ตอนสองทุ่ม สำหรับใครที่เป็นเวรทำความสะอาดห้องน้ำ ก็ต้องทำเพื่อรอครูไปตรวจตอนสามทุ่มหลังสามทุ่มนักเรียนต้องปิดไฟนอน ในช่วงนี้จะมีนักเรียนที่เข้าเวรยามผลัดละสองชั่วโมงเริ่มตั้งแต่สามทุ่มครึ่ง จนถึงตีห้า ในแต่ละวัน เดือนหนึ่งจะต้องเข้าเวรประมาณ หกวัน ช่วงผลัดหัวค่ำ ยังไม่ ค่อยทรมานเท่าผลัดดึก แต่นักเรียนก็จะได้รับรู้ถึงรสชาติของการยืนเวร ช่วงที่นักเรียนมาเรียนหลักสูตรนี้เป็นช่วงเดือนมีนาคม แต่น่าแปลกใจ
....ทนแรงกดดันจากครูฝึก ก็ทำให้นักเรียนจิตตกหลายคนเหมือนกัน บางคนร้องไห้คิดถึงบ้านบางคนไม่เคยชินกับการใช้ชีวิตแบบทหาร...“

”มากที่มีอากาศหนาวแบบไม่คาดคิดถึงสองวัน ด้วยความเป็นห่วงของครูฝึกจึงต้องรีบไปหาเสื้อกันหนาวมาให้นักเรียนที่เข้าเวร ปัญหาการเจ็บป่วยของนักเรียนที่นี่ ส่วนใหญ่ ก็จะเป็นในเรื่องของไข้หวัดภูมิแพ้ รองเท้ากัด เจ็บขา ปวดเข่า แต่ก็ไม่ถือว่าเป็นอุปสรรคต่อการฝึกมากเท่าใดนักซึ่งก็ยังต้องดำเนินกันต่อไปเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมให้นักเรียนก่อนไปฝึกภาคในสัปดาห์ที่สามที่สัตหีบนอกจากเรื่อของการฝึกระเบียบวินัยตามที่ได้กล่าวมาแล้ว มารยาทบนโต๊ะอาหาร นักเรียนก็ต้องได้รับการอบรมเช่นเดียวกัน ก่อนรับประทานอาหารทุกมื้อนักเรียนจะต้องขัดฉากกล่าวคำปฏิญาน ตามหัวหน้านักเรียน “ขอบคุณพ่อแม่ที่ให้เราเกิดมาขอบคุณชาวนาที่ปลูกข้าวให้เรากิน ขอบคุณแผ่นดินที่ให้เราอาศัยอยู่ ขอบคุณคุณครูที่ช่วยอบรมสั่งสอน ขอบคุณตัวเราเองที่ยังมีชีวิตรอดมาจนถึงทุก