http://www.iqcentre.org
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com
 

 หน้าหลัก

 รู้จักเรา

 หลักสูตรการติว

 งานราชการ

 วิธีการสมัครติว

 เกร็ดความรู้

 เว็บเพื่อนบ้าน

 ติดต่อเรา

หลักสูตร

Hall of Fame

เกร็ดความรู้








768 ชั่วโมง!!! จากพลเรือน สู่ นายทหารชั้นสัญญาบัตร

768 ชั่วโมง!!! จากพลเรือน สู่ นายทหารชั้นสัญญาบัตร

ขอบคุณภาพจากราชนาวิกสภา http://www.rtni.org

ขอนำบทความที่ท่าน นาวาตรีหญิง ดอกเตอร์ กันฑิมา ชะระภิญโญ เขียนลงไว้ใน นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๔ มาเล่าสู่น้องได้อ่านกันนะครับเกี่ยวกับการฝึกหลังจากการสอบเข้ารับราชการ

ดิฉัน นาวาตรีหญิง กันฑิมา ชะระภิญโญ ขอรายงานตัวเพื่อเป็นครูฝึกหลักสูตร ข้าราชการกลาโหมพลเรือนชั้นสัญญาบัตรรุ่น ๒๓ ค่ะ.... เสียงรายงานตัวต่อ รองผู้บังคับการกรม นาวาเอกนิรัตน์ ทากุดเรือ ผู้อำนวยการกองอำนวยการฝึกข้าราชการกลาโหมพลเรือนชั้นสัญญาบัตรดังขึ้นในวันแรกของการมารายงานตัวและทำพิธีเปิดหลักสูตรข้าราชการกลาโหม พลเรือนชั้นสัญญาบัตรรุ่นที่ ๒๓ โดยมี พลเรือโท ชัยวัฒน์ เอี่ยมสมุทร ผู้บัญชาการโรงเรียนนายเรือเป็นประธาน นักเรียนหลักสูตรนี้ เป็นหญิง ๕๑ คน ชาย ๙ คน ทั้งหมด ๖๐ ชีวิต ที่ดิฉันต้องดูแล และทำหน้าที่ร่วมกับครูฝึกในหลักสูตร กว่า ๑๐ คน ซึ่งเป็นผู้ชายทั้งหมด ท่านผู้อ่านหลายท่านอาจสงสัยว่าครูฝึกหญิงหนึ่งเดียวคนนี้ ทำไมถึงมาอยู่ ในหลักสูตรนี้ได้อย่างไรซึ่งจริง ๆ แล้วนั้นดิฉันปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่โรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ ฐานทัพเรือสัตหีบ แต่เนื่องจากได้รับการประสานจากท่านรองเจ้ากรมแพทย์ทหารเรือ พลเรือตรีหญิง จิรภา ชัยเลิศ ให้มาช่วยดูแลหลักสูตร เนื่องจากมีนักเรียนหญิงหลายท่าน ครูฝึกผู้ชายอาจทำหน้าที่บางอย่างได้ไม่สะดวกใจนักประกอบกับที่ท่านผู้บังคับบัญชาคงเล็งเห็นแล้วว่าตัวดิฉันนั้นเป็นนักจิตวิทยารวมทั้งผ่านประสบการณ์ไปปฏิบัติภารกิจ ที่ประเทศอิรักแลประสบการณ์training ทางทหารและด้านเวชศาสตร์ใต้น้ำมาแล้วทั้งในประเทศและต่างประเทศ ด้วยเหตุนี้ ดิฉันจึงได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติภารกิจนี้เป็นเวลา ๓๒ วันหรือ ๗๖๘ ชั่วโมง......สำหรับภารกิจต่าง ๆ ของดิฉันเริ่มขึ้นตั้งแต่วันแรกที่เดินทางมาถึง ขณะทำพิธีเปิด ก็มีนักเรียนหญิงเป็นลมหนึ่ง นักเรียนแพ้อาหารแน่นหน้าอกหายใจลำบากหนึ่ง แต่ก็ไม่มีอะไรอันตรายหรือน่าเป็นห่วงเท่าไหร่ เพราะมีโรงพยาบาลของโรงเรียนนายเรืออยู่ในบริเวณนั้นหากเกิดปัญหาเจ็บป่วยสามารถนำส่งได้ทันท่วงที

สำหรับหลักสูตรข้าราชการกลาโหมพลเรือนนี้เป็นหลักสูตร ที่ทางโรงเรียนนายเรือ ได้รับมอบหมายจากกองทัพเรือ ให้เป็นหน่วยดำเนินการฝึกอบรมข้าราชการไว้สำหรับฝึกและอบรมข้าราชการกลาโหพลเรือนชั้นสัญญาบัตร ที่ยังไม่ได้รับการฝึกหรือมีพื้นฐานความรู้วิชาทหารมาก่อน ให้มีความรู้พื้นฐานในวิชาทหารเรือเบื้องต้นทั่วไป และมีบุคลิกลักษณะของการเป็นนายทหารสัญญาบัตรที่ดีรวมถึงฝึกความมีระเบียบวินัย มีความเข้มแข็งอดทน มีความสามัคคี และมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตนเองซึ่งครูฝึกแต่ละท่านของหลักสูตรนี้ล้วนคัดสรรมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นนักรบเหล่านาวิกโยธิน ทั้งหลายครูฝึกพรรคนาวิน ครูฝึกนักเรียนทุนต่างประเทศทั้งจากญี่ปุ่น จากสเปน คุณภาพคับแก้วทั้งนั้นค่ะ สวมทั้งบทบาทครูฝ่ายธรรมะและฝ่ายอธรรม จัดให้นักเรียนครบทุกรสชาติ

สำหรับนักเรียนในหลักสูตรมาจากหลากหลายหน่วยงานทั้งในส่วนของ กองบัญชาการกองทัพไทยส่วนของกลาโหม มีทั้งทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ ที่ต้องมาอยู่ฝึก กิน นอน ร่วมกันตลอดหลักสูตรนักเรียนบางท่านที่เป็นทหารบกทำงานสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมแต่ก็อยากมาฝึกกับทหารเรือ โดยให้เหตุผลซึ่งขออนุญาตหยิบยกมาจากจดหมายเหตุที่ได้ให้ นักเรียนเขียนบันทึกในแต่ละวัน ดังนี้

“ถึงแม้ว่าครอบครัวของข้าพเจ้าจะเป็นทหารบก ก็ตาม แต่ข้าพเจ้าก็เลือกที่จะมาฝึกกับกองทัพเรือ เพราะข้าพเจ้าเชื่อว่า ข้าพเจ้าสามารถเรียนรู้เรื่องเกี่ยวกับทหารบกไปได้อีกยาวนาน แต่ในส่วนของทหารเรือนั้น ข้าพเจ้าคงไม่มีโอกาสได้เรียนรู้ ซึ่งถือเป็นประสบการณ์ที่ดี ข้าพเจ้ามีโอกาสได้รู้จักเพื่อนต่างเหล่าทัพรวมถึงขนบธรรมเนียมประเพณีที่แตกต่างกันของทหารบกและทหารเรือ คงเป็นประสบการณ์ที่หาซื้อที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว” ใช่ค่ะ คงเป็นประสบการณ์ที่หาซื้อจากที่ไหนไม่ได้แล้วจริง ๆ จะฝึกกันอย่างไรให้บุคคลที่มาจากพลเรือนสามารถเป็นทหารได้อย่างสง่างามและภาคภูมิ ได้ภายใน ๗๖๘ ชั่วโมง ซึ่งต้องอาศัยความสามารถของผู้บริหารหลักสูตรและความสามารถของครูฝึกล้วน ๆ

สำหรับรูปแบบของการเรียนการฝึกในหลักสูตรมีทั้ง เรียนในห้องเรียนตามหัวข้อวิชาต่าง ๆ และการฝึกวิชาทหารราบนอกห้องเรียนกลางแดดในช่วงบ่าย นักเรียนต้องฝึกในเรื่องของการใช้อาวุธปืนทั้งปืนยาว ปืนสั้น ฝึกระเบียบวินัยแบบทหารทุกอย่างตารางฝึกในแต่ละวันก็เริ่มตั้งแต่ตื่นนอนตอนตีห้าครึ่งซึ่งดิฉันก็ต้องมาทำหน้าที่ตามปลุกนักเรียนเพื่อให้มาแถวออกกำลังกายพร้อมกันตอนตีห้าสี่สิบห้า พานักเรียนวิ่งรอบโรงเรียนนายเรือก่อนที่จะส่งมอบหน้าที่ต่อให้ครูพละศึกษาของโรงเรียนนายเรือ มารับช่วงนำนักเรียนฝึกกายบริหารราชนาวีต่อไป ออกกำลังกายถึงหกโมงครึ่งก็จะให้นักเรียนอาบน้ำทำธุระส่วนตัว ก่อนที่ จะแถวรับประทานอาหารเช้าเวลาเจ็ดโมงสิบห้า แล้วมาเข้าแถวเคารพธงชาติ และรับการตรวจเครื่องแบบจากครูฝึก ซึ่งนักเรียน นกส.ย่อมาจากนักเรียนข้าราชการกลาโหม พลเรือนชั้นสัญญาบัตร จะต้องแต่งเครื่องแบบชุดทหารลายพราง ตามสังกัดการแต่งเครื่องแบบก็ ถูกต้องตามระเบียบ รองเท้า หรือว่าเข็มขัด ต้องขัดให้มัน
...ถึงแม้ว่าครอบครัวของข้าพเจ้าจะเป็นทหารบก ก็ตาม แต่ข้าพเจ้าก็เลือกที่จะมาฝึกกับกองทัพเรือเพราะข้าพเจ้าเชื่อว่า ข้าพเจ้าสามารถเรียนรู้เรื่องเกี่ยวกับทหารบกไปได้อีกยาวนาน แต่ในส่วนของทหารเรือนั้น ข้าพเจ้าคงไม่มีโอกาสได้เรียนรู้ ซึ่งถือเป็นประสบการณ์ที่ดี...“

”กว่าของครูฝึก กระดุมต้องติด เสื้อผ้าต้องไม่เป็นขนไม่เช่นนั้นก็จะต้องโดนสั่งลงโทษกันหลายรายการเลยทีเดียวต่อด้วยการฝึกระเบียบแถว การทำความเคารพ จากนั้นช่วงเวลาที่นักเรียนเข้าห้องเรียนครูฝึกอย่างดิฉันต้องทำหน้าที่ เดินตรวจที่นอนนักเรียน ใครที่เตียงนอนไม่ตึง ผ้าห่มพับไม่เรียบร้อย รองเท้าวางไม่เป็นระเบียบ และไม่เป็นลำดับก็จะถูกจดลงบัญชีดำเพื่อลงโทษกันต่อไป มีครูฝึกคนหนึ่งจบมาจากญี่ปุ่น ถ้านักเรียนห้องไหนเจอครูวัตไปตรวจ ก็ถือว่าโชคดีไป เพราะถ้าอะไรที่ตรวจแล้วครูเห็นว่าไม่เรียบร้อย ก็จะต้องโดนรื้อกระจุย กระจาย เพื่อให้นักเรียนทราบถึงความผิดนั้นโดยครูฝึกบอกว่าตอนเป็นนักเรียนนายเรือที่ญี่ปุ่นผมก็โดนมาแบบนั้น แต่ก็ถือว่าสิ่งที่ครูฝึกได้ขัดเกลานักเรียน ในเรื่องระเบียบวินัยต่าง ๆ ก็ทำให้นักเรียนได้มีระเบียบวินัยมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ช่วงก่อนรับประทานอาหารกลางวันบางครั้งก็จะให้นักเรียนฝึกเดินตบเท้าเพิ่มความเข้มแข็งก่อนกินข้าวก็มีนักเรียนมาบ่น ๆ ให้ได้ยินเหมือนกัน ครูฝึกอย่างดิฉันเลยต้องบอกว่าสมัยที่ครูไปฝึกหลักสูตรเวชศาสตร์ใต้น้ำกับครูมนุษย์กบ ก็ยังต้องดึงข้อแลกข้าวกันทุกมื้อของนักเรียนหลักสูตรนี้ถือว่าเป็นระดับเบา ๆ ช่วง

สัปดาห์แรกของการฝึกต้องบอกว่าเป็นช่วงที่นักเรียนต้องปรับสภาพจากการเคยเป็นพลเรือนมาเป็นทหาร ปรับตัวเข้าสู่กฎระเบียบ การไม่ได้กลับบ้าน โดนรองเท้าคอมแบทกัด นอนห้องพัดลมเข้าเวรยาม ตื่นมาวิ่ง แบกปืนเดิน ทนแรงกดดันจากครูฝึก ก็ทำให้นักเรียนจิตตก หลายคนเหมือนกัน บางคนร้องไห้คิดถึงบ้าน บางคนไม่เคยชินกับการใช้ชีวิตแบบทหารที่ทำอะไรต้องรักษาเวลาและอยู่ในกฎระเบียบ ไม่เคยชินที่ต้องอยู่ร่วมกับผู้อื่นในฐานะครูปกครองและนักจิตวิทยาก็ต้องทั้งปลอบทั้งให้กำลังใจกันไป แต่ก็น่าเห็นใจเพราะสภาพร่างกายและจิตใจของนักเรียนแต่ละคนก็มีสภาพความพร้อมที่ไม่เท่ากัน บางท่าน กำลังใจดีร่างกายพร้อมให้วิ่งก็วิ่งได้ ให้ฝึกก็ฝึกได้ แต่สำหรับบางท่านไม่เคยออกกำลังกายมาก่อนเลย บางท่านก็มีโรคประจำตัวหอบยามาเต็มกระเป๋า ก็คอยต้องดูแล รวมไปถึงจะต้องมีการประชุมพูดคุยกันระหว่างครูฝึกถึงความหนักเบาของหลักสูตร ตามสภาพความพร้อมของนักเรียน ไม่รู้ว่าหลักสูตรนี้จะมีสโลแกนเหมือนตอนที่ดิฉันไปอยู่ปฏิบัติภารกิจที่อิรักหรือเปล่าว่า “เจ็บได้ ป่วยได้ แต่ห้ามตาย” ในช่วง

หลังสี่โมงเย็นของแต่ละวันจะมีการพานักเรียนออกกำลังกายด้วยการวิ่งรอบโรงเรียนนายเรือ แต่บางวันจะเป็นการเรียนว่ายน้ำ โดยครูพละของโรงเรียนนายเรือซึ่งนักเรียนส่วนใหญ่จะชอบมากเพราะรู้สึกผ่อนคลาย แต่ก็น่าแปลกใจอยู่เหมือนกันที่นักเรียนหกสิบคน มีอยู่สิบกว่าคนที่ว่ายน้ำไม่เป็นเลยแบบชนิดที่ว่าจับโยนลงน้ำทะเลก็ไม่น่ารอด....แต่ก็ต้องถือว่านักเรียนโชคดีที่ได้มาเรียนว่ายน้ำแบบเร่งรัดไปในตัว หลังจากที่นักเรียนรับประทานอาหารเย็นในช่วงหนึ่งทุ่มจะเป็นช่วงที่นักเรียนได้เข้าห้องเรียนฝึกฝน ฟังชี้แจง ก่อนจะแถวสวดมนต์ตอนสองทุ่ม สำหรับใครที่เป็นเวรทำความสะอาดห้องน้ำ ก็ต้องทำเพื่อรอครูไปตรวจตอนสามทุ่มหลังสามทุ่มนักเรียนต้องปิดไฟนอน ในช่วงนี้จะมีนักเรียนที่เข้าเวรยามผลัดละสองชั่วโมงเริ่มตั้งแต่สามทุ่มครึ่ง จนถึงตีห้า ในแต่ละวัน เดือนหนึ่งจะต้องเข้าเวรประมาณ หกวัน ช่วงผลัดหัวค่ำ ยังไม่ ค่อยทรมานเท่าผลัดดึก แต่นักเรียนก็จะได้รับรู้ถึงรสชาติของการยืนเวร ช่วงที่นักเรียนมาเรียนหลักสูตรนี้เป็นช่วงเดือนมีนาคม แต่น่าแปลกใจ
....ทนแรงกดดันจากครูฝึก ก็ทำให้นักเรียนจิตตกหลายคนเหมือนกัน บางคนร้องไห้คิดถึงบ้านบางคนไม่เคยชินกับการใช้ชีวิตแบบทหาร...“

”มากที่มีอากาศหนาวแบบไม่คาดคิดถึงสองวัน ด้วยความเป็นห่วงของครูฝึกจึงต้องรีบไปหาเสื้อกันหนาวมาให้นักเรียนที่เข้าเวร ปัญหาการเจ็บป่วยของนักเรียนที่นี่ ส่วนใหญ่ ก็จะเป็นในเรื่องของไข้หวัดภูมิแพ้ รองเท้ากัด เจ็บขา ปวดเข่า แต่ก็ไม่ถือว่าเป็นอุปสรรคต่อการฝึกมากเท่าใดนักซึ่งก็ยังต้องดำเนินกันต่อไปเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมให้นักเรียนก่อนไปฝึกภาคในสัปดาห์ที่สามที่สัตหีบนอกจากเรื่อของการฝึกระเบียบวินัยตามที่ได้กล่าวมาแล้ว มารยาทบนโต๊ะอาหาร นักเรียนก็ต้องได้รับการอบรมเช่นเดียวกัน ก่อนรับประทานอาหารทุกมื้อนักเรียนจะต้องขัดฉากกล่าวคำปฏิญาน ตามหัวหน้านักเรียน “ขอบคุณพ่อแม่ที่ให้เราเกิดมาขอบคุณชาวนาที่ปลูกข้าวให้เรากิน ขอบคุณแผ่นดินที่ให้เราอาศัยอยู่ ขอบคุณคุณครูที่ช่วยอบรมสั่งสอน ขอบคุณตัวเราเองที่ยังมีชีวิตรอดมาจนถึงทุกวันนี้” ในช่วงรับประทานอาหารกับนักเรียน นาวาตรี เอ ครูฝึกรูปหล่อก็จะอบรมมารยาทบนโต๊ะอาหาร ให้นักเรียนด้วยซึ่งบางทีดิฉันนั่งอยู่ด้วยก็ยังอดขำไม่ได้ “นักเรียน เวลาตักข้าวใส่ปากอย่าอ้าปากกว้างมากเดี๋ยวแม่สามีไม่ปลื้ม!!!” นักเรียนท่านใดที่ต้องมารับประทานอาหารร่วมโต๊ะกับครูฝึกก็อาจจะรู้สึกว่ากับข้าววันนั้นจะไม่ค่อยอร่อยนัก ซึ่งตามความเป็นจริงจะได้รับเสียงบอกกล่าวจากนักเรียนว่ากับข้าวของโรงเรียนนายเรืออร่อยมาก ๆ ซึ่งดิฉันก็เห็นด้วยกับความคิดนี้จริง ๆ

“กองทัพต้องเดินด้วยท้องเสมอ ฟันธง!!!” มาพูดถึงช่วงสัปดาห์ของการฝึกภาคสนามที่สัตหีบ กันบ้างดีกว่าคะ เป็นช่วงสัปดาห์ที่สามของการฝึก เดินทางจากโรงเรียนนายเรือมุ่งหน้าสู่สัตหีบวันแรกเป็นการเยี่ยมชมหน่วยงานในพื้นที่ คือ หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง โดยมีนาวาเอก สุชา เคี่ยมทองคำ ท่านเสนาธิการให้การต้อนรับ ช่วงบ่ายเป็นการเยี่ยมชม เรือหลวงจักรีนฤเบศร ได้รับการต้อนรับจากท่านผู้บังคับการเรือนาวาเอก สุวิน แจ้งยอดสุข นักเรียนบางท่านที่เพิ่งมาเป็นครั้งแรกจะรู้สึกตื่นตาตื่นใจมาก ได้รับประทานอาหารกลางวันบนเรือหลวง ฟังบรรยายสรุป ส่วน

...ขอบคุณพ่อแม่ที่ให้เราเกิดมาขอบคุณชาวนาที่
ปลูกข้าวให้เรากินขอบคุณแผ่นดินที่ให้เราอาศัยอยู่
ขอบคุณคุณครูที่ช่วยอบรมสั่งสอน
ขอบคุณตัวเราเองที่ยังมีชีวิตรอดมาจนถึงทุกวันนี้...“

”ที่พักใจของนักเรียนที่สัตหีบคือแผนกวิชาการรบพิเศษ โดยมี นาวาโท สันติ เกตุศรีพงษ์ศา เป็นผู้ดูแลความเป็นอยู่ สำหรับ นาวาเอก นิรัตน์ทากุดเรือ ผู้อำนวยการการฝึกหลักสูตรท่านก็ไปอยู่ร่วมหัวจมท้ากับนักเรียนที่สัตหีบด้วย เช้าวันที่สองที่สัตหีบภารกิจของนักเรียน นกส. ก็ยังเหมือนเดิมคือ เช้าตื่นตีห้าครึ่ง เพื่อมาวิ่งแต่คราวนี้เปลี่ยนบรรยากาศเป็นวิ่งขึ้นเขากรมหลวงแทน... “วิ่งขึ้นเขาแล้วเราลงน้ำ โปรดอย่าถามฉันให้มากเลย”คงเป็นอีกหนึ่งภาพความประทับใจของนักเรียนซึ่งวิ่งจากแผนกรบพิเศษ หน่วยบัญชาการนาวกโยธินเลาะชายทะเลหาดเตยงามไปขึ้นเขากรมหลวงเพื่อสักการะเสด็จเตี่ย นักเรียนทำได้ดี วันนั้นมีฝนโปรยปรายเหมือนพรมน้ำมนต์ให้นักเรียนเล็กน้อยพอประมาณ พอวิ่งถึงยอดเขาความเหนื่อยของนักเรียนหายเป็นปลิดทิ้ง ครูฝึกก็เลยต้องให้วิ่งลงอีกหนึ่งรอบ วันที่สองนั้นในช่วงเช้าพานักเรียน ไปดูงานของหน่วยสงครามพิเศษทางเรือโดยมี นาวาเอกจงกล มีสวัสดิ์ และคณะให้การต้อนรับ ช่วงบ่ายเป็นการฝึกความคุ้นเคยกับการใช้ปืนเอ็ม ๑๖ ซึ่งนักเรียนได้มีโอกาสไปยิงปืนสั้นที่ สนามยิงปืนบางนาก่อนหน้านี้มาแล้ว รางวัลนักแม่นปืนก็ตกไม่พ้นเป็นของคุณหมอฟันเพราะมือนิ่งมาก ๆ ช่วงเย็นในแต่ละวันยังเป็นช่วงเวลาที่ครูฝึกพาวิ่งและพาออกกำลังกายเหมือนทุกวัน วันที่สามของการฝึกภาคสัตหีบมีการพาเยี่ยมชมหน่วยบัญชาการนาวิกโยธินและชั่วโมงของการทดสอบกำลังใจนักเรียน คือการโดดหอสูง ๓๔ ฟุต ซึ่งครูผู้สอนบรรยายว่าเป็นจุดที่เสียวที่สุดแล้ว สำหรับความสูงระดับนี้ แถมท่านผู้อำนวยการการฝึกยังให้ครูฝึกอย่างดิฉันโดดนำลูกศิษย์ ๑๐๐๑ ๑๐๐๒ ๑๐๐๓ ๑๐๐๔ โดด ไม่โดดโดด... สร้างความหฤหรรษน้ำตาร่วงให้กับ นกส.รุ่น ๒๓ ไม่น้อยมีนักเรียนเหล่าทหารเรือคนหนึ่งไม่กล้าโดดต้องทั้งขู่ ทั้งปลอบ เกาะแข้งเกาะขาครูฝึกอย่างดิฉันแทบจะให้โดดลงไปด้วยกันเลย แต่ในที่สุดเธอก็ทำสำเร็จได้เครื่องหมายโดดหอมาติดหน้าอกสมใจ แถมรู้สึกจะเห่อมากขนาดใส่ชุดกีฬาก็ยังเอาเครื่องหมายโดดหอมาติดจนเพื่อน ๆ ล้อ ส่วนช่วงบ่ายเป็นการเดินทางไกล ๑๐ กิโลเมตรสะพายปืนยาวแบกเป้สวมหมวกเหล็ก มีนักเรียนบางท่านที่ไม่ไหวจริง ๆ ก็ต้องพานั่งรถพยาบาลตามเพื่อนไปหลังจากมีการหลอกให้นักเรียนเดินงงงวยกับเส้นทางอยู่หลายรอบก็เดินทางมาถึงจุดที่ทางครูฝึกได้เตรียมไว้ให้สำหรับนักเรียนฝึกวิชาการยังชีพในป่าได้เรียนรู้การใช้ชีวิตให้รอดเมื่อหลงป่าให้นักเรียนแบ่งกลุ่มหุงข้าวทำกับข้าวด้วยเสบียงที่เตรียมไว้ให้ซึ่งก็ไม่พ้นมาม่า ปลากระป๋อง และไข่เค็ม งานนี้แม่ช้อยไม่ต้องมารำ เชลล์ไม่ต้องมาชิมมีแต่ครูฝึกเดินชิมให้คะแนน เอาเป็นว่ากลุ่มไหนหุงข้าวไม่ไหม้ ไม่ดิบ เป็นใช้ได้ค่ะ วันต่อมามีการพานักเรียนไปฝึกยิงปืนยาว ที่สนามยิงปืนของหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ไม่มีมือปืนเป้าสะอาดนักเรียนแต่ละท่าน พร้อมที่จะเป็นหน่วยสนับสนุนกำลังรบ หลังจากการจบการฝึกภาคสนามห้าวันที่สัตหีบ นักเรียนก็ยังต้องกลับมาสอบในรายวิชาต่าง ๆ ที่ได้เรียนไปไม่ว่าจะเป็นวิชาทหารราบ วิชาภาวะผู้นำ วิชาขนบธรรมเนียมประเพณีของทหารเรือซึ่งนักเรียนมีความตั้งใจและทำข้อสอบกันได้เป็นอย่างดี ตอนวิจารณ์หลักสูตร ดิฉันได้มีโอกาสกล่าวกับนักเรียนเล็กน้อยว่า “นักเรียนที่เก่งของครู ไม่ใช่นักเรียนที่สามารถทำคะแนนได้สูงสุด แต่คือนักเรียนที่สามารถปรับตัวและพัฒนาตัวเองขึ้นมาได้มากที่สุดต่างหาก” วันสุดท้ายที่นักเรียนจบเป็นพิธีรับประกาศนียบัตร จากผู้บัญชาการโรงเรียนนายเรือรู้สึกภาคภูมิใจไปกับนักเรียนที่ได้ผ่านการฝึกหลักสูตรนี้มาได้ครบทุกนาย และรอวันแห่งความภาคภูมิใจที่พวกเขาจะได้รับพระราชทานยศเรือตรีบนบ่า ได้สวมเครื่องแบบทหาร นอกเหนือไปจากนั้นยังเห็นถึงความผูกพันกันระหว่างเพื่อนร่วมรุ่นและครูฝึก “ไม่มีงานเลี้ยงที่ไม่มีวันเลิกรา ไม่มีคราบน้ำตาที่เช็ดไม่ออก” ซึ่งแน่นอนว่า ๗๖๘ชั่วโมง คงจดจำอยู่ในหัวใจของครูฝึก และ นกส. รุ่น ๒๓ ทุกท่านไปนานแสนนาน.......

ดูบทความในรูปแบบ pdf www.rtni.org/th/ebook/9410/007.pdf
 
ขอบคุณที่มาข้อมูลข่าวสาร ราชนาวิกสภา http://www.rtni.org

ขอบคุณเรื่องราวดี ๆ จาก http://my-etc.blogspot.com


Tags : พลเรือน นายทหาร สัญญาบัตร

view

 หน้าแรก

 หลักสูตร

 การสมัครติว

 งานราชการ

 เว็บเพื่อนบ้าน

 ติดต่อเรา

view